ตอน 4 - ต้า Paradox (บทสัมภาษณ์)
Posted on Sunday, February 18, 2007 at 3:02 amCategory: บทสัมภาษณ์
ตอน 4 - ต้า Paradox
บทสัมภาษณ์ ต้า Paradox (อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา)
พิธีกร: อ๊อฟ, พี
พี:สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วกับรายการ จิกกะบาล Talk Show สบายๆ สไตล์จิกกะบาล รายการบันเทิงรูปแบบใหม่ ยุค Hi- Speed วันนี้เราได้แขกรับเชิญพิเศษอีกแล้ว พิเศษทุกวัน เป็นนักร้องนำ จากวงดนตรีที่เวลา เล่นสด เนี่ยมันมาก แถมมี ตัวประหลาด เต็มเวทีไปหมด เรามาพบกับเค้าเลยดีกว่าครับ พี่ต้า Paradox
สวัสดี (กันหมดเลย)
พี: ยินดีมากเลยวันนี้ รู้สึกเป็นเกียรติ์สุดๆ ได้ พี่ต้า มาเป็นแขกรับเชิญขอเรา ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการของเรา
อ๊อฟ: หน้าพี่เค้าง้วงง่วง
ต้า: ง่วง
พี: เราเห็นหน้าพี่เค้าอย่างงี้ เราก็จะพยามเร่งรัดความจริงออกมาให้หมดอย่างรวดเร็ว
ต้า: อ๋อ
พี: คำถามแรก สำหรับแฟนเพลง Paradox ที่ไม่ได้ฟังมาตั้งแต่อัลบั้มแรก แค่ฟังอัลบั้มสุดท้ายก็เป็นแฟนเพลงได้แล้ว
ต้า: ได้ครับ
พี: แนะนำตัวกันนิดนึง ก่อนมาเป็น Paradox มีชื่ออื่นไหมครับ
ต้า: ก็มีชื่อว่า หอยจ้อ อ่ะครับ ก็คือ เราพยามแต่งให้มันดูตลกครับ แล้วก็เวลาไปเล่นเนี่ย จุดเริ่มต้นคือเล่นที่งาน Freshly Night งานปี 1 คือต้องการสร้างความเฮฮา ให้กับเพื่อนๆ รวมตัวเพื่อนๆมา แล้วตั้งชื่อวงว่า หอยจ้อ พอ เล่นไปได้ครั้งเดียวเองครับ คอนสริต หลังจากนั้นก็แต่งเพลงเอง แล้วก็เสนอค่ายเลย ก็ได้ ก็ยังเซ็นสัญญา อยู่ในชื่อหอยจ้อ ตอนหลังเนี่ยค่ายเค้ากลัวว่า หอยจ้อเนี่ยจะเน่าครับ
อ๊อฟ: ตกลง หอยจ้อ ได้ออกอัลบั้มไหม
ต้า: เซ็นสัญญาเป็นชื่อ หอยจ้อ แต่ตอนจะออกอัลบั้ม คือ เค้าขอเปลี่ยนชื่อ เพราะว่ามันจะดูตลกเกินไป ขอเปลี่ยนเป็นชื่ออะไรก็ได้ เปิดในหนังสือ นิตยสาร แล้วคุณ สอง ก็จิ้ม คุณสอง มือเบส อ่ะครับ ใช้นิ้วจิ้มลงไปในหนังสือเลย ชื่อไหนเอาชื่อนั้นเลย เปิดแล้วจิ้มเลยได้มาเป็น ชื่อ Paradox คือเปิดมาก็ต้องดูความหมายด้วย
อ๊อฟ: จิ้มครั้งแรกเลยรึเปล่า
ต้า:ครั้งแรกเลย คือมีชื่อที่ตั้งไว้อยู่แล้ว แล้วมาประชุมกันในที่ประชุม ผู้บริหารด้วย เค้าก็ส่งชื่อนั้นชื่อนี้มาให้มาตอนหลังมันไม่ไหว ไม่มีชื่อไหนลงตัวเลย พอดีอันนี้มันตรงกับความหมาย ความหมาย paradox แปลว่า สิ่งที่ตรงกันข้ามกับตัวมันเอง เหมือนถ้าเป็นประโยค ก็จะเป็นว่า ความตายเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งฟังแล้วมันขัดแย้งกับตัวมันเอง
อ๊อฟ: แล้วพวกพี่ขัดแย้งกันยังไง
ต้า: ก็อาจจะขัดแย้งตรง เวลาที่เล่นบนเวที สนุกสนาน แต่เวลาอยู่ข้างล่างอาจจะเฉยๆ เรียบร้อย เรามองว่าการขึ้นเวทีเนี่ย เป็นการสร้างความบันเทิงครับ แล้วก็อยากให้คนดูสนุก เราเคยไปดูคอนเสิร์ต Modern dog แล้วก็คิดว่าถ้าสักวันนึงเราขึ้นไปอยู่บนเวที เราจะมีอะไรมันๆ เหมือนกับที่เค้าทำ เราก็จะมีความรู้สึกของคนดูอยู่ด้วย เวลาเล่นสดเราก็อยากให้คนดูได้รับเหมือนที่เราเป็นคนดูเหมือนกัน
พี: อย่างนี้ก็มี Modern dog เป็นศิลปินต้นแบบ
ต้า: ใช่ครับ
อ๊อฟ: พาราด๊อกซ์ มีมากี่ปีแล้ว
ต้า: ก็มีมาเนี่ย เพิ่งครบ 10 ปี ตั้งแต่ออกอัลบั้มแรกมานะครับ ถ้าฟอร์มวงจริงๆน่าจะประมาณ 14 ปี
อ๊อฟ: 10 ปี กี่ชุดอ่ะ
ต้า: ประมาณ 5 ชุด ครับ น่าจะประมาณนั้น แต่ก็มีชุดใต้ดินเล็กๆน้อยๆอีก ก็มีงานใต้ดิน 3 ชุด ก็มีทำเล่นๆกันเอง เป็นงานเล็กๆน้อยๆ ไม่รวม Single ไม่รวมชุดพิเศษ
อ๊อฟ: ย้อนอดีตนิดนึง ตอนนั้นรวมตัวกันได้ยังไง
ต้า: ก็ลังจากจบ Freshly Night เราก็สนุกกันมากเห็นว่ามันเป้นความรู้สึกมันๆ ทีนี้ก็เริ่มแต่งเพลงกับ คุณสอง 2 คน ตอนแรกคุณสอง แต่งเนื้อ ผมแต่งทำนอง พอแต่งเพลงเสร็จอยากจะลองของ อัดจริง ก็เลยเข้าห้องอัด พออัดเสร็จพี่เค้าเสนอว่าลองไปเสนอค่ายเลย เราก็ลองเอาไปเสนอค่ายเลย ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นเค้าโทรมาติดต่อไปให้เซ็นสัญญา ภายในคืนเดียว ตอนนั้นพี่ แก๊ป T-bone ติดใจ
พี: ค่ายอะไรอ่ะครับ
ต้า: Little Sky ตอนนั้น วง พราว กำลังดัง
พี: สมาชิก Freshly Night จนถึงวันนี้ เป็นสมาชิกเดิมรึเปล่า
ต้า: สมาชิกตอนแรก มี 2 คน ครับ เหมือนวง PeaceMaker ผมเป็นคนเล่นกีตาร์ แล้ว คุณ สอง ร้อง พี่สอง จะเป็นคนร้องเน้นหล่อ Freshly Night จะมากันเต็มคณะเลย สลับสับเปลี่ยนกันไป พอเล่นจริงๆ คนทำงานจริงๆ มีอยู่แค่ 3 คน ก็เลย form วง ขึ้นมาด้วยคน 3 คน ก็มีมือกลองอีกคน คือ รุ่นพี่ นิเทศ ก็รุ่นพี่ นิเทศศาสตร์ มีห้องซ้อม อยู่ที่ นิเทศด้วย ก็ติดกับหลังคณะเราเลย ก็ชีดีไป ก็ซ้อมกันอยู่ 3 คนต้อนนั้น
พี: คือ ที่ไปดึง เค้ามาในวง เพราะเราจะใช้ห้องซ้อมเค้า
ต้า: เป็นไปได้
อ๊อฟ: มือกลองคนนั้น คือคนปัจจุบันตอนนี้
ต้า:หลังจากจบอัลบั้มแรกครับ เค้าก็มันเป็นช่วงที่ว่าง แล้วค่ายก็ยุบตัวไป เค้าก็ไปเรียนต่อเมืองนอก แต่งงานแล้ว เรียนเป็น Sound Engineer เรียนที่ อเมริกา แล้วเค้าก็ตั้งรกรากอยู่ที่โน้น ตอนเริ่มอัลบั้มแรกก็ดึงเพื่อนเข้ามาอีกคนนึง อยู่นิติ ชื่อคุณ บิ๊ก มือกีต้าร์ มาเพิ่มอีกคนนึง แต่พอจบทัวร์ พี่โน๊ต มือกลองก็แต่งงานไปเรียนเมือง ก็นอก ก็เลยเหลือแค่ 3 คนเหมือนเดิม ก็หามือกลองมาเลือก ก็ยังไม่เจอใครลงตัว ตอนหลังหมด ประกอบกับช่วงนั้น Grammy ดึงไปออกเทป ก็เลยต้องหามือกลอง ก็ไม่รู้จะทำไง ใกล้เวลาก็เลยนึกถึงญาติรุ่นน้อง คนใกล้ตัวเพราะเคยมาซ้อมกับเราอยู่แล้ว ก็เลยดึงมาเป็นมือกลองให้ ตั้งแต่นั้นมาเลยมี 4 คน
พี: ตั้งแต่เล่นดนตรี เคยมีปัญหาที่บ้านไม่สนับสนุนไหม
ต้า: มีช่วงแรก ช่วงที่ยังไม่ได้ฟอร์มเป็นวง ช่วงประมาณ ม.3 ตั้งวงเล่นๆเป้นของตัวเอง เราก็ไปหาเครื่องดนตรีมา ไปเช่าเหมาชุดมา แต่อันนี้เพื่อนข้างบ้าน เป็นตัวตั้งตัวตี ก็เหมือนกับแอบไปเพราะมีความรู้สึกว่า ใช้เงินเยอะ แล้วก็ต้องมีห้องซ้อมของตัวเองก็ปิดๆไว้ แต่ตอนหลังก็รู้ ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะที่บ้านพ่อก็เล่นดนตรีอยู่แล้ว เค้าเล่นตอนสมัยหนุ่มๆ เล่นใน ค่ายทหาร GI เล่นที่ค่ายสัตหีบ เค้าเลยสนับสนุนมา แต่ตอนนั้นเค้ากลัวว่ามันไปไม่ไกล เราไปแอบสร้างกระต๊อบ กลางป่า กลางไร่
พี: กระท่อมปลายนา
อ๊อฟ: พี่ต้า แต่งเพลงเองด้วย นอกจากแต่งเพลงแล้วมีทำอย่างอื่นไหม เช่น Melody ทำนอง กีตาร์
ต้า: ทำเองหมดอ่ะครับ คนอื่นก็ทำบ้าง ส่วนใหญ่ตัวเองจะเป็นคนแต่งเพลง แต่งเนื้อร้อง ตอนแรกจะเป็นคุณสอง แต่งเนื้อร้อง ตอนหลังเค้าเกิดขี้เกียจ แต่ก็ยังมีแต่งบ้าง แต่ตอนหลังผมจะมีหน้าที่วางโครงเพลง แต่งเนื้อเพลง แต่งทำนอง แล้วเพื่อนก็จะมาช่วยเรื่องดนตรี สมมุติ กีตาร์ โซโล่คิดลายอะไรของเค้าเอง แต่ของเราจะเป็นภาพรวม
อ๊อฟ: เอาเรื่องราวจากไหนมาแต่งเพลง
ต้า: เรื่องใกล้ตัว ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่นึกขึ้นมาได้แล้วจดไว้ ดูทีวีอยู่เห็นนักแสดงมายากล เราก็นึกเป็นเรื่องเป็นราว แต่งเป็นเพลงนักมายากล
พี: เห็นรถขายไก่วิ่งผ่าน เลยมาเป็นเพลงไก่
ต้า: ไม่ใช่
อ๊อฟ: แล้วเพลงโรงพยาบาลละ
ต้า: วันนั้นก็ไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาล ก็รู้สึกว่า เออพอเข้าไปในโรงพยาบาล ชอบเจอบรรยากาศอะไรแบบเนี่ย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องแบบว่า โผล่มาก็ปิ้งเลย ไปดูหนังอยู่ก็ ยกตัวอย่างนะ ดูเรื่องคาวบอย ก็ไปปิ้งถึงเรื่องอาหารอะไรแบบเนี่ย ซึ่งมันมาเฉยเลยไม่ได้เกี่ยวกันเลย แล้วเราก็จดไว้ เป็นแรงบันดาลใจ
พี: เพลงแรกเลยที่แต่ง
ต้า: เพลงแรกแต่งกัน 2 คนครับ แต่งตอนที่เรียนอยู่ข้างในจุฬา ด้วยความเบื่อหน่าย คุณ สองก็แต่งเขียนอะไรไปเรื่อย นั่งอยู่หน้าอาจารย์เลย อาจารย์ก็นั่งสอนอยู่ วิชา soc ซึ่งนั่งอยู่หน้าเวที อาจารย์ก็ยืนโด่เด่อยู่ตรงเนี่ย คุณสองก็นั่งเขียนไป ผมก็ดู ก็เลยนั่งต่อเพลงกัน กลายเป็นเขียนคนละครึ่งเพลง ออกมาเป็น เพลงโรงหนังเก่า เป็นเพลงลูกทุ่ง เป็นเพลงเลียนแบบล้อเลียนเพลง สมศรี จะอยู่ในอัลบั้มล่าสุด อัลบั้มใหม่ Paradox X เอามาเป็น bonus track เพราะเป็นอัลบั้มเฉลิมฉลอง ครบ 10 ปี ก็เอาเพลงแรกมาฟังกัน
อ๊อฟ: ยังจำกันได้เหรอ
ต้า: คือเราอัดไว้ครับ เป็นเพลงแรก คือไม่ได้อัดทันทีเลย คือเก็บไว้แล้วเอามาอัดทีหลัง
อ๊อฟ: เคยแต่งเพลงจีบสาวไหม
ต้า: จีบสาวไม่เคยแต่ง ส่วนใหญ่ที่แต่งเป็นเพลงจินตนาการมากกว่า ไม่ค่อยพูดถึงชีวิตตัวเอง สร้างเรื่องเอง คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้
พี: อย่างน้องเปิ้ลเค้ามีตัวตนจริงๆไม่ใช่เหรอครับ
ต้า: อ๋อ เออ อันนั้นก็ไม่เชิงจีบสาว มันเป็นเพลงแซวของเพื่อนๆกันเอง มาแซวน้องคนนี้ เวลาร้องก็ร้องกันมันๆ เล่นๆ
อ๊อฟ: แล้วเค้ารู้ไหม
ต้า: รู้ครับ เค้าบอกคุณพ่อชอบมาก ก็ดี ตอนนั้นจริงๆแล้วมันมีหลายน้องมากเลยนะ น้องโน้น น้องนี่ แต่เราก็ยกน้องเปิ้ลมา
อ๊อฟ: ชอบเล่นกีตาร์หรือเป็นนักร้องมากกว่ากัน
ต้า: จริงๆ ชอบเล่นกีตาร์เพราะร้องเนี่ย บางครั้งมันค่อนข้างทรมาน เช่นเราต้องดูแลทุกอย่างบนเวทีหมดเลย ต้องพูดต้องร้อง บางครั้งเนี่ยมันเหนื่อยเหมือนกันกับการที่ต้องให้คนดูสนุก แต่ถ้านักกีตาร์เรายัง วิ่งกระโดดโลดเต้นอยู่ข้างหลังได้ อันนี้ทั้งกีตาร์ด้วย ร้องด้วย เลยต้องอยู่เฉยๆ
พี: มีกีตาร์ตัวโปรดไหม
ต้า: จะมี 2 ตัว กีตาร์โปร่ง 1 ตัว กีตาร์ไฟฟ้า 1 ตัว ไฟฟ้าใช้ Gibson เพราะว่าแคะกระปุกเก็บตังเลย แพงครับ รุ่น voodoo เป็นรุ่นที่หายากในประเทศไทย ตอนไปซื้อก็เก็บเงิน แล้วลองไปดู ไม่ได้กะจะซื้อรุ่นนี้ ตอนดูมองข้ามไปเลย เพราะสีมันจะดูดำๆ แล้วข้างในเป็นเนื้อไม่สีแดงๆ เหมือนกับพ่อมด วูดู แต่ก็แปลกดี แล้วเสียงมันก็เข้ากับ character
อ๊อฟ: ตอนแรกพี่สอง เป็นคนร้อง แล้วทำไมต้อนนี้เปลี่ยนเป็นพี่แล้วละ
ต้า: ก็หลังจากโดนเขวี้ยงกระป๋องมา คือตอนหลังคุณสองเค้าบอกว่า แต่งเองก็ร้องไปเลย จะได้มันกว่าอะไรอย่างเงี่ยคุณสองเค้าพยามผลักดัน จริงๆแล้วมีนักร้องอีกคน แต่ร้องหล่อเกินไปฮะ เสียงหล่อหน้าตาหล่อเกินไป แล้วมันไม่เข้ากับแนว จริงๆเค้าบอกไหนๆแต่งแล้ว เหมือนเป็นคนดูแลอยู่แล้วก็ร้องไปเลย ง่ายกว่า หลังจากนั้นก็ร้อง แต่คุณสองเค้าก็เสียงดีนะครับ ร้องแต่เพลงฝรั่งอย่างเดียว
พี: เครื่องดนตรีที่ใช้ในห้องอัดละ ตัววูดู นี้เลยรึเปล่า
ต้า: ใช่ครับ แต่เครื่องดนตรีส่วนใหญ่ คุณบิ๊กดูแล เค้าจะมีอุปกรณ์ เยอะมาก เค้ายกมาให้ใช้ กีตาร์ พวก Paul reed Smith , Gibson Fender , เค้าจะเป็นคนที่เก็บกีตาร์ไว้เยอะ ขายบ้าง แล้วก็มีตู้แอม Marshall พอเล่นออกมาเสียงก็จะออกมาดี จริงๆเสียงดีไม่เกี่ยวกับอุปกรณ์โดยตรง อยู่ที่ Sound Engineer ด้วย
อ่านบทสัมภาษณ์ต่อ
ต่อคร้าบ ….. เป็นวงที่สร้างปรากฎการณ์อีกแล้ว บทสัมภาษณ์ให้เราจริงๆ มันยาวเกินกว่า 1 หน้าจะเอาอยู่
รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร คลิ๊กเพื่อ Download แต่เสียงได้ที่นี่
เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง



เรื่องจริง