Archive for April, 2007
รายการ “ญ. หญิง โสภา”
Posted on Tuesday, April 24th, 2007
Point 5 Point Live # 1 - Etc.
Posted on Tuesday, April 24th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
Point 5 Point Live # 1 - Etc.
94.5 เน็กซ์ เอฟเอ็ม ขน 5 ศิลปิน เจ๋ง โนโลโก้ , สเลอ , เกียร์ไนท์ , อินสติงค์ และ อีทีซี จุดระเบิดความมันส์ ท้าลมร้อน “ พ้อยท์ ไฟฟ์ พ้อยท์ ไลฟ์ “ เติมเต็มทุกจังหวะชีวิต
เน็กซ์ เอฟเอ็ม 94.5 คลื่นน้องใหม่มาแรง จัดคอนเสิร์ต เอาใจแฟนเพลงต้อนรับหน้าร้อน เปลี่ยนพาร์ค พารากอนให้เป็นเวทีสุดมันส์ กับคอนเสิร์ตที่ชื่อว่า “Point 5 Point Live” ที่ยกขบวน 5 ศิลปินสุดเจ๋ง ประจำเดือนมีนาคม 2550 นำทีมโดย Gear Knight , Slur , Instinct , ETC. , Nologo มาระเบิดความมันส์ให้กับผู้ฟังแบบไม่มีหยุด 3 ช.ม. เต็ม วันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา
ตามด้วยวง Etc. ที่มาร้องเพลง เปลี่ยน , ฉวยโอกาส , จริงๆ และ โดนใจจนอดที่จะร้องตามไม่ได้ ในเพลง เธอคือใคร ที่ฟังกี่ทีก็ยังโดน
คอนเสิร์ต “Point 5 Point Live” เป็นคอนเสิร์ตที่ต่อเนื่องที่สุด ซึ่งเป็นกิจกรรมคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นที่นี่ที่เดียวในทุกๆเดือนทางคลื่น 94.5 Next FM ตอบสนองความต้องการของทุกจังหวะชีวิต ด้วยการสับเปลี่ยน หมุนเวียน ศิลปินที่กำลังได้รับความนิยม และ ศิลปินหน้าใหม่ที่กำลังมาแรงขณะนั้น นำมาโชว์ มาร้องมาเต้นกับแบบเต็มที่ ใส่กันแบบสุดๆบนเวที โดยแฟนๆชาวเน็ก เอฟเอ็ม สามารถร่วมกิจกรรมดีดีแบบนี้ได้โดย เพียงติดตามฟังคลื่น94.5 Next RM
จิกกะบาลเสนอหน้า– Etc.
Etc @ Retro Live Cafe # 2
Etc @ Retro Live Cafe # 1
Etc. งานเปิดตัว Chevrolet
Etc. @ CLIQ ทองหล่อ ซอย 25
Etc. @ Motown รัชดา ซอย 8 part3
Etc. @ Motown รัชดา ซอย 8 part2
Etc. @ Motown รัชดา ซอย 8 part1
MAX Day – Etc.
Hilight: CentralWorld Presents Melody of life - Moon , Sofa , Etc.
One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 - Etc.
เปิดอัลบั้ม “เปลี่ยน” วง Etc .
จิกกะบาล – Etc.
ตอน 12 Etc. และ โชว์ จาก Etc.
MV – Etc.
Etc. MV เปลี่ยน
MV คนใกล้ตัว - หนึ่ง ETC (อภิวัฒน์ พงษ์วาท)
Etc. MV ผิดที่ฉันเอง (Complete Version)
Etc. MV ผิดที่ฉันเอง
Etc. MV เธอคือใคร
Etc. MV เจ้าชายนิทรา
หัวใจสะพายเป้
Posted on Monday, April 23rd, 2007


“อินเดียน่า..โน้ต” พาเที่ยวอ็อฟโร้ด..“สวิสเซอร์แลนด์..แดนอีสาน”..!!!
ศุกร์นี้ แฟนๆรายการ พลาดไม่ได้ รายการ “หัวใจสะพายเป้” จากบริษัท อาร์ เอส จำกัด (มหาชน) โดย พิธีกรหนุ่มอารมณ์ดี โน๊ต-ธวัช ทัศนาพลพินิจ จะมาทำหน้าที่พาแฟนรายการไปเที่ยวอ็อฟโร้ด “สวิสเซอร์แลนด์ ..แดนอีสาน” เสาะหาที่ท่องเที่ยวผจญภัยแบบมันส์ๆ ผจญภัยเชิงอนุรักษ์ ที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โรยตัวชมวิวตามหน้าผาต่างๆ ไปดูฝูงกระทิงของแท้ที่เขาแผงม้า และส่องสัตว์ดูโป่งช้างโป่งกระทิง บนบ้านต้นไม้ในตอนกลางคืน พร้อมไปชมมิวสิกวิดีโอใหม่ล่าสุด ซึ่งจะน่าสนใจขนาดไหนนั้น อย่าลืมติดตามชมได้ ในรายการ “หัวใจสะพายเป้” วันศุกร์ที่ 27 เมษายนนี้ เที่ยงคืนครึ่ง ทางช่อง 9
ติดตามชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ พร้อมมิวสิกวิดีโอใหม่ๆ ได้ในรายการ “หัวใจสะพายเป้” ทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา เที่ยงคืนครึ่ง เป็นต้นไป ทางช่อง 9
ทูไนท์ ไลฟ์
Posted on Monday, April 23rd, 2007
ออกอากาศวันพุธที่ 25 เมษายน 2550
“ทูไนท์ ไลฟ์” คืนวันพุธที่ 25 เมษายนนี้ นอกจากจะให้แฟนรายการเข้ามา ‘ปลดทุกข์ ระบายสุข’ กันแล้ว พิธีกรมาดกวน “แมพ-วงศธร ควันธรรม” ยังจะพาคุณผู้ชมไปชมเบื้องหลังการทำคอมพิวเตอร์กราฟิค มิวสิกวิดีโอเพลง ‘ระหว่างเราคืออะไร’ ของ ’ลีเดีย’ อีกด้วย จะมีขั้นตอนอย่างไรติดตามชมกันได้ใน “ทู ไนท์ ไลฟ์” วันพุธที่ 25 เมษายนนี้ เวลา 00.25 น. ทาง ช่อง 7 สี ทีวีเพื่อคุณ
กว่าจะเป็นดาว
Posted on Monday, April 23rd, 2007

“ฮาร์ท” ประสบการณ์ชีวิตเพียบ!!
“อิ๊ป” สวมวิญญาณ “เจ้าหนูจำไม”
ตั้งแต่ได้มาร่วมงานกับพิธีกรรุ่นพี่ผู้มากประสบการณ์อย่าง “ฮาร์ท-สุทธิพงษ์ ทัดพิทักษ์กุล” ในรายการ “กว่าจะเป็นดาว” ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี พิธีกรสาว “อิ๊ป-ยุพาพักตร์ วัชราภัย” เลยสวมวิญญาณเป็น “เจ้าหนู จำไม” คอยถามข้อมูลต่างๆ ตลอดเวลา
อิ๊ป-ยุพาพักตร์ เผยว่า “ตอนที่ได้รู้ว่าต้องมาเป็นพิธีกรคู่กับพี่ฮาร์ท อิ๊ปก็ดีใจมาก เพราะพี่ฮาร์ทเป็นนักร้อง-นักดนตรีและพิธีกร ซึ่งถือเป็นรุ่นพี่ทั้งในเรื่องงานเพลงและงานพิธีกรเลย ตอนแรกคิดไว้เลยว่าเราต้องได้อะไรจากพี่เขาเยอะแน่ๆ และพอมาร่วมงานกันก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะพี่ฮาร์ทเป็นคนที่มีความรู้ มีประสบการณ์เยอะมาก อย่างเวลาแขกรับเชิญที่มาในรายการเรา เป็นนักร้อง-นักดนตรี พี่ฮาร์ทจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดนตรีได้ดี บางทีอิ๊ปก็จะถามพี่ฮาร์ทว่า ดนตรีแนวแบบนี้เป็นยังไงเหรอ หรือถ้าเป็นแขกรับเชิญที่อยู่ในวงการหลายสิบปี พี่ฮาร์ทก็จะเล่าให้ฟังว่าสมัยนั้นเขามีอะไรบ้าง เขาทำอะไรกัน ฟังดนตรีแนวไหน หนังเป็นยังไง แฟชั่นยุคนั้นต้องแต่งตัวแบบนั้นแบบนี้ คือสามารถเล่าจนเราจินตนาการเห็นภาพได้เลย เวลาอิ๊ปมีข้อสงสัยอะไรก็จะถามพี่เขาตลอด ซึ่งบางครั้งก็อยากเพิ่มความรู้ให้กับตัวเอง แต่ก็มีบ้างที่ถามเพื่อไว้ใช้ในงานพิธีกร เวลาที่ต้องถามหรือสนทนากับแขกรับเชิญ และไม่ใช่ว่าพี่ฮาร์ทจะรู้เรื่องเฉพาะดนตรีนะคะ เขารู้เรื่องรอบตัวเยอะแยะมากมาย เพราะเขาผ่านอะไรมาเยอะ อยู่ในวงการมานาน ทำให้อิ๊ปกลายเป็นคนรู้เยอะไปด้วย ยิ่งถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับดนตรี, หนังด้วยแล้วนะ อิ๊ปถามเขาทั้งวันเลย ซึ่งพี่ฮาร์ทก็ใจดีตอบข้อข้องใจทุกข้อและให้ข้อมูลแน่นเปรี๊ยะทุกครั้งเลยค่ะ”
ติดตามชมรายการ “กว่าจะเป็นดาว” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-17.00 น. ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี
Point 5 Point Live # 1 - Slur
Posted on Monday, April 23rd, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
Point 5 Point Live # 1 - Slur
94.5 เน็กซ์ เอฟเอ็ม ขน 5 ศิลปิน เจ๋ง โนโลโก้ , สเลอ , เกียร์ไนท์ , อินสติงค์ และ อีทีซี จุดระเบิดความมันส์ ท้าลมร้อน “ พ้อยท์ ไฟฟ์ พ้อยท์ ไลฟ์ “ เติมเต็มทุกจังหวะชีวิต
เน็กซ์ เอฟเอ็ม 94.5 คลื่นน้องใหม่มาแรง จัดคอนเสิร์ต เอาใจแฟนเพลงต้อนรับหน้าร้อน เปลี่ยนพาร์ค พารากอนให้เป็นเวทีสุดมันส์ กับคอนเสิร์ตที่ชื่อว่า “Point 5 Point Live” ที่ยกขบวน 5 ศิลปินสุดเจ๋ง ประจำเดือนมีนาคม 2550 นำทีมโดย Gear Knight , Slur , Instinct , ETC. , Nologo มาระเบิดความมันส์ให้กับผู้ฟังแบบไม่มีหยุด 3 ช.ม. เต็ม วันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา
ก่อนจะไปโยกสุดตัวกับวงสุดมันส์ อย่าง slur เพลง ดวงอาทิคย์ , เธอรู้ , ไม่แน่นอน และ โรคจิต
คอนเสิร์ต “Point 5 Point Live” เป็นคอนเสิร์ตที่ต่อเนื่องที่สุด ซึ่งเป็นกิจกรรมคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นที่นี่ที่เดียวในทุกๆเดือนทางคลื่น 94.5 Next FM ตอบสนองความต้องการของทุกจังหวะชีวิต ด้วยการสับเปลี่ยน หมุนเวียน ศิลปินที่กำลังได้รับความนิยม และ ศิลปินหน้าใหม่ที่กำลังมาแรงขณะนั้น นำมาโชว์ มาร้องมาเต้นกับแบบเต็มที่ ใส่กันแบบสุดๆบนเวที โดยแฟนๆชาวเน็ก เอฟเอ็ม สามารถร่วมกิจกรรมดีดีแบบนี้ได้โดย เพียงติดตามฟังคลื่น94.5 Next RM
“เซ็นเตอร์พ้อยท์ แมกกาซีน” รับเดือนเมษากับ “HOTCHA ISSUE”
Posted on Saturday, April 21st, 2007


ร้อนฉ่า “เซ็นเตอร์พ้อยท์ แมกกาซีน” รับเดือนเมษากับ “HOTCHA ISSUE”
“เซ็นเตอร์พ้อยท์ แมกกาซีน” Issue 7 ปรับโฉมเล่มใหม่ไฉไลกว่าเดิม ประเดิมเมษาหน้าร้อนนี้กับ “HOTCHA ISSUE” ที่ขอพา 11 สาว “PREPPY G” ขึ้นปกคลายร้อน เข้มข้นด้วยคอนเซ็ปต์ More Than U Can See ที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาคุณภาพคับเล่ม พร้อมแถมฟรี ีซีดีแฟชั่นคลิปในแบบที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนที่นี่ที่เดียวเท่านั้น!!
เอาใจวัยรุ่นอีกแล้วสำหรับ “เซ็นเตอร์พ้อยท์ แมกกาซีน” ฉบับ Hotcha Issue ที่ครั้งนี้ปรับรูปแบบครั้งใหญ่เพื่อเอาใจวัยทีนโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นรูปเล่มที่ใหญ่ขึ้น หนาขึ้นและเนื้อหาที่ครบครัน เริ่มด้วยการชวน 11 สาว PREPPY G ร่วมถ่ายแฟชั่นแบบครบทีมด้วยกันเป็นครั้งแรก วพร้อมสัมภาษณ์พิเศษและเบื้องหลังการกดชัตเตอร์ในวีซีดีแฟชั่นคลิปที่รับประกันความน่ารักสดใสเกินร้อยเปอร์เซ็นต์
นอกจากนั้นยังขนบรรดาเหล่าคนดังที่มาร่วมเป็นคอลัมน์นิสต์รับเชิญ อาทิ พี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ที่จะมาแนะเคล็ดลับเกี่ยวกับความรัก, ครูปุ้ม-อรวรรณ เย็นพูนสุข สอนร้องเพลงผ่านปลายปากกาเป็นครั้งแรก, เป็ป-ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม บอกเคล็ดลับการเป็นดาราให้อยู่นาน และเหล่าดี.เจ.ชื่อดังจากหลายคลื่นวิทยุที่จะเผยวิธีการเป็นสุดยอดดี.เจ.มืออาชีพให้กันแบบถึงกึ๋นเลยทีเดียว
วรวมถึง More Than U Can See คอลัมน์ใหม่ที่จะพาไปค้นเบื้องลึกของศิลปินดารามากกว่าที่คุณเคยเห็นไม่ว่าจะเป็น จอห์น-วิญญู วงศ์สุรวัฒน์, โมเม-นภัสสร บุรณศิริ และแพท-พันธุ์ปิติ โพธิ์วิจิตร หรือ แพท จีว่า ที่รับรองว่าคุณจะรู้จักพวกเขามากขึ้นจากเดิมอย่างแน่นอนว
เซ็นเตอร์พ้อยท์ แมกกาซีน วางแผงพร้อมกันแล้ววันนี้ที่ร้านหนังสืออินเทรนด์ทั่วประเทศ พิเศษสุดสำหรับผู้ที่สมัครสมาชิกเล่มนี้รับสิทธิพิเศษมากมาย ติดตามได้ในเล่มว
“หนุ่ม-ศรราม” ปลื้มเพลง “พ่อแห่งแผ่นดิน”
Posted on Saturday, April 21st, 2007

“หนุ่ม” ปลื้มเพลง “พ่อแห่งแผ่นดิน”
ได้แสดงความภักดีแทน “ป๋าเดียร์-แม่”
เพราะได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมขับร้องเพลง “พ่อแห่งแผ่นดิน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา งานนี้ หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ ที่เป็น 1 ในอีก 5 ศิลปินค่าย อาร์เอสฯ อาทิ ปาน-ธนพร แวกประยูร, ดัง-พันกร บุญยจินดา, สุทธิพงษ์ วัฒนจัง (ชมพู ฟรุ้ตตี้), แหม่ม-พัชริดา วัฒนา และ สร่างศัลย์ เรืองศรี (หนู มิเตอร์) จึงรีบเคลียร์คิวทั้งงานหนัง,ละคร และพิธีกรที่รัดตัวอยู่มาประสานเสียงร้องเพลงเพื่อ “พ่อหลวง” ร่วมกับศิลปินคุณภาพทั่วฟ้าเมืองไทยถึง 80 คนด้วยกัน งานนี้ทำเอา หนุ่ม ทั้งปราบปลื้มและตื่นเต้นอย่างมาก
“นับเป็นโอกาสดีที่ผมได้มีส่วนร่วม และได้เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยอีกหลายล้านคนที่ได้ถวายความจงรักภักดีต่อ “พ่อหลวง” ผ่านบทเพลง “พ่อแห่งแผ่นดิน” สำหรับผมรู้สึกซาบซึ้งจนหาที่สุดมิได้ บรรยายเป็นคำพูดคงไม่หมด ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในบทเพลงเพื่อพ่อหลวง เพราะเมื่อครั้งที่ พ่อหลวงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ผมก็ได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความจงรักภักดี ซึ่งในครั้งนั้นผมยังจำภาพบรรยากาศวันนั้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงที่ทุกคนพร้อมใจส่งเสียงพร้อมกันว่า “ทรงพระเจริญ” ขณะนั้นผมยืนมองพ่อหลวงแล้วน้ำตาไหลเหมือนที่ทุกคนเป็นด้วยความตื้นตันใจ พอมาคราวนี้ผมยังได้รับคัดเลือกให้ร่วมร้องเพลงเพื่อพ่อหลวงอีก จึงรู้สึกดีใจมากรีบบอก ป๋ากับแม่ทันที ซึ่งท่านก็ดีใจและปลาบปลื้มไปกับผมด้วย และยังบอกให้ผมทำให้เต็มที่ เพราะการได้เข้าร่วมในงานนี้นับเป็นสิริมงคลกับตัวเองและครอบครัวเป็นอย่างมาก สำหรับบทเพลงนี้ผมพยายามถ่ายทอดคำร้องอย่างเต็มความสามารถ แม้เพลงที่ผมได้ร้องจะเป็นเพียงแค่ประโยคสั้นๆ แต่ก็ทำให้ผมขนลุกได้ด้วยเนื้อหาที่กินใจ ซึ่งบรมครูหลายท่านได้ปั้นแต่งไว้อย่างดีเยี่ยม เชื่อว่าเมื่อเพลงออกมาทุกคนที่ได้ฟังจะรู้สึกซาบซึ้งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้จริงๆครับ”
Retrospect: Unleashed
Posted on Saturday, April 21st, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
Retrospect: Unleashed (อันลีชด์)
MV เพลง ปล่อยฉัน และ ตัวอย่าง คาราโอเกะ
สิ้นสุดการรอคอย
กันยายน 2547
ครั้งแรก ที่เราได้ทำความรู้จักกับเพลงร็อกดนตรีหนักหน่วง เนื้อหาและโมโลดี้บาดลึก แต่อ่อนโยน
ที่มีชื่อว่า “ไม่มีเธอ”
1 เพลงจากอัลบั้ม Showroom Vol.1 (project รวมวงอินดี้รุ่นใหม่จาก genie records )
เจ้าของเพลงนั้น คือวงร็อกที่หน้าและชื่อไม่ใหม่นัก สำหรับคออินดี้
แต่อาจยังไม่คุ้นหูนัก(ในตอนนั้น) สำหรับคอร็อกหมู่มาก
และถ้าจะพูดว่า เพลง “ไม่มีเธอ” คือใบเบิกทาง ให้ชื่อของ Retrospect
เป็นที่ “รู้จัก” “ชื่นชม” และ “กล่าวขวัญถึง” ในวงกว้าง
กับการเป็นวงร็อกอินดี้ที่มี “ฝีมือ” “ภาพลักษณ์” และ “เอกลักษณ์เฉพาะตัว”ที่หาตัวจับยาก
ก็คงจะไม่เป็นการพูดเกินจริงแต่อย่างใด
และจากความสำเร็จในครั้งนั้น
หลายคน เกิดคำถามว่า เมื่อไหร่ เราจะได้รู้จัก และฟังเพลงของพวกเขาแบบเต็มรูปแบบเสียที
วันนี้ การรอคอย สิ้นสุดลงแล้ว
เตรียมตัว สัมผัสงานร็อกที่หนักหน่วงแต่แฝงด้วยเมโลดี้ ที่อ่อนหวานของพวกเขาได้แล้ว
Retrospect กับการปลดปล่อย สัญชาติญาณร็อกของพวกเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
กับอัลบั้มเต็ม ครั้งแรก “Unleashed”
First Single
ปล่อยฉัน
Lyrics/Melody/Arrangement: Retrospect/Dano
Single เปิดตัว ที่มีการไหลของดนตรีจากช้าเนิบ และเพิ่มความรุนแรงของน้ำหนักดนตรี ให้ยิ่งหนักหน่วง และรุนแรง แบบไม่ยั้ง สื่อถึงความทรมานของคนหนึ่งคน
ที่ต้อง “ทน” กับความต่าง “ทน”กับความจริงของคำว่ารัก
ท้ายที่สุด การ “ปลดปล่อย” ตัวเอง คือทางออกสุดท้าย ที่เหลืออยู่
BAND’S HISTORY
Retrospect ฟอร์มวงเมื่อกลางปี 2001 โดยมีบิ๊ก (มือกีตาร์คนเก่า) เป็นแกนหลัก
เน้นแนวดนตรี Industrial Metal
แต่ละคนเคยผ่านเวทีประกวดทางดนตรีมาทั้งสิ้น
บอม และเพื่อนๆจากโรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีฯ เคยผ่านเข้ารอบ 10 วงสุดท้าย ถึง 2 ครั้ง กับ Hot Wave Music Awards ครั้งที่ 2 และ 3
น๊อต พร้อมเพื่อนจากจากโรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีฯ ก็เข้าประกวด Hot Wave Music Awards ครั้งที่ 5
แน็ป และเพื่อนโรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง ก็เคยเข้าประกวด Hot Wave Music Awards ครั้งที่ 6
เบิร์ท ได้เข้าประกวด Hot Wave Music Awards ครั้งที่ 7 พร้อมสมาชิกจากโรงเรียนฤทัยวรรณาลัย ตามหลังแน็ปมา 1 ปี พอดิบพอดี
THE BAND
แน็ป ชนัทธา สายศิลา ร้องนำ
น็อต ธนพล ศรีกาญจนา กีตาร์
บอม ณพวัชร คชาชีวะ เบส
เบิร์ท ศุทธิพันธ์ สังข์ยุทธ กลอง
DISCOGRAPHY
1st EP : for your ears only
2nd EP : for your ears anytime
อัลบั้ม Showroom Vol.1 (Project รวมศิลปิน)
www.gmember.com
ตอน 13 - Sleeper 1 (เสียงสัมภาษณ์)
Posted on Saturday, April 21st, 2007
ตอน 13 - Sleeper 1
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร Download แต่เสียงได้ที่นี่ (21MB)
รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
และูดูวิดีโอการสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ที่นี่
ตอน 13 - Sleeper 1 (บทสัมภาษณ์) 2
Posted on Saturday, April 21st, 2007
อ๊อฟ : รุ่นเนี่ย มีใครมาช่วยบ้างไหม
พี่ หนึ่ง : มีครับ อย่าง Sleeper 1 ก็เล่นคนเดียวไม่ได้ทั้งหมด คือ เราอยากทำเพลงให้มันดี คือ ข้อกำหนดข้อแรกของการทำเพลงได้ดี ต้องมีคนที่เราคิดว่าเค้าทำงานได้ดีกว่าเรามาช่วย พี่ก็ยังอัดอยู่ อย่าง กีตาร์ เรียบเรียงเนื้อร้องทำนองหลักๆ อย่างบางเพลง อยากจะถ่ายทอดโดยคนๆเนี่ย เชื่อว่าคนๆเนี่ยเก่ง แล้วทำให้เพลงเราดีขึ้น ได้ อย่างคุณ บอย มาช่วย เพราะคิดว่าเค้าตีโจทย์หนังสือเราได้ อย่างเล่นเบส เอาให้สมูท เนี่ย ก็จะให้คุณนอ นรเทพ เครสเชนโด้ มาช่วย เพราะมาจากเป็นเพื่อนกัน ก้มีระบบหลายอย่าง อย่างอัดเนี่ยจ่าย ต่อให้อินดี้ยังไง ก็จะมีระบบการเงิน เพราะว่าเราต้องมีรายรับรายจ่ายที่ชัดเจน หลังๆเลยกลายเป็นหุ้นไปแล้ว คุณ นอ
อ๊อฟ : แต่ยังไงก็แต่งเองหมดใช่ไหม
พี่ หนึ่ง : อย่าง เมโลดี้ เรียบเรียง พี่ทำเองทั้งหมด แต่อย่าง บางเพลง อย่างที่บอก ให้คุณบอยตรัย มาช่วยเขียนเนื้อเพลง แต่ส่วนใหญ่ก็ทำเอง 80%
อ๊อฟ : เอาเรื่องราวมาจากไหน แต่งเพลง แล้วทำไมต้องไปแต่งเพลงที่เชียงใหม่ด้วย
พี่ หนึ่ง : อันดับแรก ทำเพลง บรรยายกาศ สำคัญมาก อากาศดีๆเงียบๆสงบ ทำงานกลางคืน ถ้าแต่งตามที่วุ่นวายก็จะได้เพลงมาอีกแบบนึง แต่เรารู้สึกอึดอัดทำงานได้ไม่เต็มร้อย แต่เวลาอยู่ที่เงียบๆ สังเกตเวลาเราไปเที่ยวต่างจังหวัด ที่เงียบๆ เวลามันจะยืดยาวไปกว่าปกติ มันจะไม่ใช่หมดวันไวๆเหมือนอยู่กรุงเทพ แป๊บนึง 3-4 ทุ่มละ เวลาอยุ่ต่างจังหวัดมืดๆ กว่าจะ 3 ทุ่มเนี่ยนานมาก มันก็เหมือนจะมีเวลาให้ทำอะไรได้มาก เวลาเราเอากีตาร์ไปทะเลตัวนึง เราจะรุ้สึกว่าสบายนะ อยู่ทะเลมันปดปล่อย ผมเชื่อกันว่าบรรยากาศสำคัญ มีบ้านไร่อยู่ที่เชียงใหม่ ซื้อไว้แล้ว ก็ต้องไปดูแลหน่อย
อ๊อฟ : ซื้อไว้เพื่อแต่งเพลงเลยรึเปล่า
พี่ หนึ่ง : จริงๆตอนแรกมันเป็นที่ของเพื่อน แล้วก็เราไปใช้ เดือน 2 เดือน เราติดลม ตายละ งั้นก็ขอแบ่งละกัน เพราะว่าติดริมน้ำด้วย สบาย
อ๊อฟ : แต่งเพลงครั้งแรกที่ เชียงใหม่ด้วยรึเปล่า
พี่ หนึ่ง : ใช่ แต่แต่งให้ Friday นะ ชื่อเพลง หนาว
อ๊อฟ : ร้องนิดนึง
พี่ หนึ่ง : ลมเย็นๆ พัดมาแล้วชั้นเพิ่งรู้สึก ประมาณนี้ ตอนแรกแต่ง แล้วมีกีตาร์ตัวนึง นอนอยู่ใต้ต้นไม้ แล้วก็ได้มาเป็นเพลงนี้ คุณ บอยมาฟัง แล้วก็คิดว่าน่าจะพูดเรื่อง ลม หนาว
พี : สมัยเรียน มีแต่เพลง จีบสาวบ้างไหม
พี่ หนึ่ง : มีครับ เป็น ธรรมชาติเลยครับ
พี : เป็นยังไงบ้าง
พี่ หนึ่ง : เละเทะ ทั้งคนรับ ทั้งเพลง เพราะว่าเราตอนนั้นทำเพลง เรายังไม่รู้ระเบียบวิธีการ ในการทำเพลง จนมาทำกับพี่เอก เลยได้รุ้ว่าเพลงมันต้องมีท่อนนี้ๆ เพื่ออะไร แล้วก็ทำยังไง
พี : แล้วตอนนั้นเพลงมันออกมาเป็นยังไง
พี่ หนึ่ง : ก็เป็นลักษณะ กีตาร์ตัวนึง พูดไปเรื่อยๆ อยากพูดอะไรก็พูด เพลงมันก็จับแก่นไม่ได้ อัดใส่เทป แล้วส่งไปให้เค้าฟัง เค้าก็เงียบไป ถ้ามาฟังตอนนี้คงไม่เกิน 2 รอบก็เบื่อ 18 -19 เรียน ปี 1-2
พี : มีเข้าประกวดอะไรบ้างไหม
พี่ หนึ่ง : ไม่เคยเลย มีแต่เล่นกันในมหาลัย พี่ไม่ชอบแข่งขันเลย รู้สึกว่ามันเหนื่อยไปป่าว เราเล่นเพราะเราอยากพักผ่อน โดยปกติเด็กสถาปัต มันทำ project มันเหนื่อยอยู่แล้ว ก็เอาเครื่องดนตรีมาเล่นกัน ก็ไม่มีเวลามานั่งมุ่งมั่น เราเล่นตามที่เราชอบ มันก็อิสระ
พี : ได้เรียนบ้างไหม กีตาร์
พี่ หนึ่ง : เรียนนะครับ เรียนกีตาร์ คลาสิค ปีนึง ตอนประมาณม.2 มันก็เหนื่อย เราจำโน๊ตอะไรไม่ค่อยเก่ง ตอนนั้นเล่นได้แล้ว แต่ที่ไปเรียนเพราะอยากรู้เรื่องโครงสร้างเรื่องโน๊ต ตอนนี้ก็ยงัใช้อยู่ เด็กๆพี่ชอบซื้อของพวกเคร่องดนตรี ถือไม้กวาดตั้งแต่เด็ก พ่อก็ซื้อกีตาร์ให้ตัวนึง แล้วก็ซื้อกีตาร์ไฟฟ้า มาลองว่าเสียงแตกเป็นยังไง แล้วก้ซื้อเทปมาอัด สักพัก อยากเล่นเบสเป็น ไปซื้อเบส สักพักก็ไปซื้อกลองชุดมาไว้ในห้อง แล้วก็ไปซื้อคีย์บอร์ด แล้วที่มาเล่นเบสหนักๆ เพราะว่า คนเล่นกีตาร์มันเยอะที่คณะ เราก็เล่นเบสดีกว่าไม่มีคนเล่น แล้วพอเล่นก็ชอบ เสียงต่ำเพราะอย่างนี้นี่เอง เป็นการคุมวงแบบนึง
อ๊อฟ : แล้วตอนนี้ที่ชอบที่สุด
พี่ หนึ่ง : กีตาร์ โปร่ง หลังๆก็จะเล่นกีตาร์โปร่งเยอะมาก มันมีเสน่ห์ มันเป็นไม้ มันไม่ได้ออกเสียงเป็นลวด มันเป็นไม้ แค่ลวดกระทบไม้ มันก็มีเสียงออกมาได้ยิน เพราะฉะนั้น ทุกอย่างมันบังคับข้างในเรากับมือ ต่อให้คนเล่นเพลงเดียวกัน 2 คนเล่นก็ไม่เหมือนกันละ แล้วสังเกตเด็กๆรุ่นใหม่ถ้าใช้ คอมอัด จะเอาวิทยาศาสต์เข้าช่วยยังไง ก็ทำเสียงกีตาร์โปร่งไม่ได้
พี : เครื่องดนตรีที่ใช้ในการอัด
พี่ หนึ่ง : ถ้าเครื่องก็ต้องเป็นพวก Mac ถ้าน้องๆไม่มีงบขนาดนั้นใช้ PC ก็ได้ จรงิๆผมชอบซื้อของมือ 2 มากเลย ถ้าเป็นกีตาร์ไฟฟ้า ก็ต้องเป็น Fender เพราะว่าเราจะรู้ว่า ลักษณะเสียงเค้าเป็นยังไงที่เราต้องการ เราก็มีความมั่นใจว่าเสียงมันจะต้องดี กีตาร์ไฟฟ้า ผมจะให้ Gibson กับ Fender 2 แบบ กีตาร์ โปร่งก็จะเป็น Yamaha แล้วก็จะมี Taylor อะไรพวกนี้ ก็ต้องเป็นรุ่นที่ดีหน่อย แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องแพง ใช้งานแล้วมันไม่เพี้ยนไปจากที่เราคิด เริ่มจากมือ 2 ประหยัดกว่า และแต่ละตัวกีตาร์เสียงไม่เหมือนกัน เราต้องเลือกว่า เสียงที่เราชอบเป็นแบบไหน เริ่มจาก กีตาร์ไฟฟ้า 4-5 พันก่อนก็ได้ พอมีตังหน่อยค่อยเก็บตังซื้อมือ 2 ที่ยี่ห้อมันดังหน่อย ถ้ามันดังมันก้ต้องดีอยุ่แล้วละ ดีจนคนเค้าใช้กันมันเลยดัง สำคัญที่สุดคือ หาเอกลักษณ์เป็นของตัวเองให้ได้ มันจะทำให้เรารู้สึกว่าเราจะทำอะไรต่อไปได้ ถ้าเราไปเหมือนคนอื่นเรื่อยๆ เราก็จะไม่สนุก
พี : มุมมองวงการเพลงไทย
พี่ หนึ่ง : ผมว่ามันไม่แตกต่างไปจาก 10 ปีที่แล้ว เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เมโลดี้ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ มันไม่ใหม่ แต่ถ้าเฉพาะกลุ่ม indy มันมีอะไรเปลี่ยนแปลง มันน่าตกใจ แล้วก็น่าชื่นใจ ที่วันนึงเด็กๆทั้งหลายก็รู้สึกว่าตัวเอง ทำเพลงเป้น ออกมาเล่นเอง แต่งเองอัดเอง ขายกันไป เค้ามีทัศนคติที่ดีกับการทำเพลงแล้ว ไม่เห็นต้องรอให้ใครแต่งให้เลย มันก็จะเยอะไปหมดเลย เมื่อก่อนเด็กรุ่นใหม่ไม่มีทางได้อัดหรอก แต่มันก็เป็นดาบ 2 คม เมื่อคอมพิวเตอร์ มันมีความสามารถมากขึ้นมันก็โหลดกันมากขึ้น อย่างกลุ่ม indy มันชนกันโดนตรงเลย ก็ต้องวัดใจกัน
อ๊อฟ : นอกจากทำเพลงแล้วมีอย่างอื่นอีกไหม
พี่ หนึ่ง : ก็มี guest house ที่สมุย มันเป็นหมู่บ้านชาวประมง คุณยายเป็นคน สมุย คุณแม่เป็น คนสมุย ก็จะกลับไปทุกปีอยู่แล้ว ตอนนี้ ชีวิต ก็อยากได้ 3 ฤดู หน้าร้อนกลับบ้านสมุย หน้าหนาวไปเชียงใหม่ หน้าฝนก็อยู่ กรุงเทพ บ้านที่เชียงใหม่ก็ปลูกต้น สัก กำลังจะขายละ ยังฮะ ให้ร่มเงา แล้วก็ทำค่ายเป็นหลัก แล้วก็ทำวง Friday
guest house ที่สมุย เป็นหมู่บ้าน ชาวประมง หลักๆก็คือนักท่องเที่ยว เป็นหมู่บ้าน ติดชายทะเล แล้วก็เป็นชาวประมง หาปลา มันก็จะไม่มีนักท่องเที่ยวที่จะมาเฮฮาอยู่แล้ว อยู่กันทีก็ 15 วัน อ่านหนังสือ เขียนเพลง จดบันทึก ก็จะเหมาะ จริงๆ น้องๆไปแล้วเบื่อแน่ๆ ชื่ออ่าวบางเก่า ถ้า สมุย คนรู้จัก เฉวง ท้องทราย ถ้าว่างก็ติดต่อไปมาที่ www.nomorebelts.com แต่เร็ซๆนี้จะเปลี่ยนละ เป็น www.freebelts.com เพราะเราไม่อยากให้เป็นแค่ nomorebelts เพราะเรามีกลุ่มเพื่อนๆที่อยู่ในแวดวงอยากจะมาสนุกด้วย ถ้าน้องๆอยากได้เพลงก็มาเอาไปเลย free เมื่อเราเป็น indy เราก็ข้ามค่ายอยู่แล้ว ถ้าจุดนึงเราชอบมากๆๆ เราก็จะทำเป็น limited ขาย เราก็จะมีหลายๆคนมารวมกัน พี่นอ อาจจะมาสอนเบส พี่บอย อาจจะมาสอนร้องเพลง มีนานี้ เรามาสนุกด้วยกัน น้องๆทำเพลง แล้วก็เอามา upload ให้เพื่อนๆฟัง
อ๊อฟ : Friday ใหม่อยู่ค่าย อะไรคะ
พี่หนึ่ง : loveis หลักๆจะเป็น easy listening แล้วก็ตามอายุด้วย เราจะถ่ายทอดยังไงให้เหมือนเป้นพี่ชาย เป้นเพื่อน และก็พูดเรื่องความรักรอบๆตัว แต่เป้นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเก่า แล้วภาคดนตรีอาจจะโก๋ๆขึ้นหน่อย
อ๊อฟ : อัลบั้มหน้า ของ sleeper 1
พี่หนึ่ง : อาจจะประมาณ ปีกว่า มันเป็นโครงการใหญ่ ต้องหาผู้กำกับ คุยๆไว้อาจจะเป็นผู้กำกับจากสิงค์โปร์ เราอาจจะขอทุน ปูซาน แล้วก็เอาหนังไปฉาย
พี : ไปดู vtr ที่พี่หนึ่งทำของที่ระลึกไว้ให้เรา
อ๊อฟ : เสื้อพี่หนึ่ง กีตาร์ตัวนี้มี signature ด้วย ส่ง comment เข้ามาที่ website
พี่หนึ่ง : ทำอะไรก็ได้ที่เรารัก ไม่ต้องเบียนเบียนใคร รับรองว่าจะให้ชีวิตแล้วมีความสุข
อ๊อฟ : ขอบคุณ พี่หนึ่ง
ตอน 13 - Sleeper 1 (บทสัมภาษณ์)
Posted on Saturday, April 21st, 2007
ตอน 13 - Sleeper 1
ไปดู Video กดตรงนี้
บทสัมภาษณ์ พี่ หนึ่ง SleeperOne
พิธีกร: อ๊อฟ, พี
สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วกับรายการ จิกกะบาล Talk Show สบายๆสไตล์ จิกกะบาล แขกรับเชิญของเราวันนี้พิเศษ เป็นพี่ใหญ่แห่งค่าย nomorebelts และยังเป็นหนึ่งในสมาชิก Friday อีกด้วย เราไปพบกับเค้าเลยดีกว่า พี่ หนึ่ง SleeperOne
สวัสดีครับ รู้สึกเป็นเกียรติมาก ที่พี่หนึ่งให้เกียรติกับรายการ
พี :เริ่มเลยละกัน
อ๊อฟ : เข้ามาเป็น Friday ได้ยังไง
พี : สมาชิกเปลี่ยนใหม่หมดเลย
อ๊อฟ : เค้าเปลี่ยนนักร้องคนเดียว มีคนมาทักว่า ฟัง etc. ชุดใหม่ยัง เค้าเปลี่ยนนักร้องนะ รู้สึกยังที่เค้าคิดว่าเปลี่ยนนักร้อง
พี่ หนึ่ง : ตอนที่เริ่มเป็นวง Friday เริ่มเราเล่นดนตรีกันอยู่แล้ว ตอนที่เรียนคณะ สถาปัตย์ ม.รังสิต ผมกับ คุณ บอย ตรัย ก็อยู่ชั้นปีเดียวกัน ก้ยามว่างของการทำ project เราก็เลยตั้งวงของชั้นปี ก้มีคุณ บอย ตรัย กับผม เล่นด้วยกัน แล้วพอดี คุณ บอย เค้าเคยเป็น วงเดียวกับ คุณ อดุลย์ มาก่อน ก้คืออยู่ที่ เซนต์คาเบียล ด้วยกัน เราก็เลยมาเจอกัน 3 คนที่ คณะ สถาปัตย์ ก็เล่นแจมกันมาตลอด วันนึงเรียนจบ ก็ไปคุยกับเพื่อนอีกคนนึง ว่าพี่เอก ธเนศ วรางกูลนุเคราะห์ เค้ากำลังทำค่ายชื่อ มิวสิคบัค เราก็สนใจนะว่า จะลองเอา demo ไปให้ฟัง มีเพื่อนผู้หญิงอีกคนนึงเค้ารู้จักกับพี่เอก เราก็เอาเพลงที่เราทำๆกันเล่นไปให้พี่เอกฟัง แล้วพี่เอกก็สนใจ ใช้เวลาปีนึง ในการทำอัลบั้มแรกของ Friday ออกมา คือมีกัน 3 คน คือจริงๆ ก็พยามหามือกลอง แต่มันเหมือนมันไม่ใช่ พอดี 3 คนเนี่ย เราทำงานร่วมกันมาตั้งแต่แรก เราขาดมือกลองมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เลย เออ ไม่มีก็ไม่เป็นไรหรอก ตอนอยู่ที่คณะมีอีกหลายคน เป้นเพื่อนๆ แต่ตอนนั้นเล่นเป็น วง ร็อคมากกว่า คุณ บอย จริงๆ ก็ไม่ใช่นักร้อง ที่อยู่ในวงที่คณะ ก็เล่น เปียโน คีย์บอร์ดเป็นหลัก ผมเนี่ย เล่น เบส ก้มีเพื่อนๆเล่น กีตาร์เล่นกลอง แล้วก้จะมีนักร้องอีกคน เล่นเพลงพวกยุค heavy metal 90 อะไรพวกเนี่ย มือกลองเค้าไปเป็นสถาปนิคกันหมดแล้วครับ ได้ดิบได้ดี ยุคเว้นแต่พวกผมเนี่ยแหละครับ หลักๆ เพื่อนๆที่เราร่วมเล่นดนตรีมาเค้าจะรู้สึกว่ามันเป็นแค่งานอดิเรก แค่มีความสุขที่จะเล่น แต่พออย่างผม อย่างอดุลย์ หรืออย่างคุณบอยเนี่ย พอพักนึงมันเหมือนโชคชะตามันลิขิตไว้ คงมาสายนี้แล้วละ เราก้พยามไปเป็นสถาปนิค อยู่ครึ่งปี คุณ บอย ก็ครึ่งปี แต่ระหว่างนั้นเราก้ยังทำเพลงกันอยู่เรื่อยๆ เราเจอความสุขอีกแบบนึงแล้ว แล้วตอนนี้โชคชะตาก็พาว่ากลับมาไม่ได้ละ แล้วก็ออกมาเป็น Friday I’m in love ส่วนเรื่องประสบความสำเร็จ ต้องมองเป้น 2 ด้าน ถ้าเรื่องความฝันเนี่ย ถ้ามองเป็นเด็กคนนึง จุดสูงสุดก็คือการได้ออกเทป แต่ถ้าถามว่าเรื่องรายได้ ยอด หรือการรู้จักในวงกว้างไหม มันก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างนั้น แต่ก็พอใจ
พี: Friday มีมากี่อัลบั้มแล้วครับ
พี่ หนึ่ง : ถ้านับอัลบั้มเต็มก็ 2 คือว่า พอหมดจากอัลบั้มแรก ผมก็ไปทำ guest house ที่สมุย คุฯบอย ก็เริ่มทำงานที่ bakery เป็นนักเขียนเพลง คุณ อดุลย์ ก็กลับไปเรียนต่อที่อังกฤษ เราก็หายกันไปแป๊บนึง พอกลับมา คุณบอยเค้าทำค่าย คือ undertone record แล้วก็ทำวงสุดท้ายร่วมกันก็คือ today ago kid ก็ ดังในระดับนึงตอนนั้น ก็มีคอนเสิร์ต ซึ่งเค้าก้อยากจะให้ร่วมเพื่อนๆที่อยู่ใน today ago kids ด้วยกัน ซึ่งก็จะมี Groove Rider มี Sofa มี Pause มีอะไรหลายๆวงเนี่ยแหละครับ ก็เลยต้องมี Friday ด้วย ผมก็กลับขึ้นมาจาก สมุย ขึ้นมาเล่น พอกลับมาเล่นก็เหมือนโรคเก่ากำเริบ ก็กลับมาทำชุด 2 กันไหม หลังจากทำ today ago kids ก็เลยเป็น Friday ชุด 2 ต่อมา จริงๆ เราก็ไม่ได้เลิกไปไหนแล้วละ เหมือนติดมนต์เสน่ห์ของเพลงกับการทำเพลง พอหมดจากชุดนี้เราก็พัก Friday จะเป็นวงที่ไม่เกี่ยวกับเวลาละ เราจะทำ เวลาที่พร้อมจะทำพร้อมกันมากกว่า
พี : ผลตอบรับ ชุด 2 กับชุดแรก
พี่ หนึ่ง : ชุด 2 ก็อีกแบบนะครับ ก็มีความสุขตรงที่ มันก็ขยายวงกว้างขึ้น เราก็รุ่นใหญ่ขึ้น เพราะอัลบั้มห่างกันนาน แฟนเพลงเก่าๆ ก็คือรุ่นโตแล้วขึ้นมา ตามเรามา แต่คนที่ฟังจริงๆก็มีตั้งแต่เด็ก มัธยมขึ้นมา ก็ถือว่าเป้นแฟนคลับทั้งหมด ทั้ง 2 รุ่น
อ๊อฟ : ณ ตอนนี้
พี่ หนึ่ง : ตอนนี้ชุดที่ 3 กำลังทำแล้วครับ ก็ไม่น่าเกิน 2 เดือนนี้คงได้ฟังกัน คือชุดเนี่ย เราเริ่มคุย ตั้งแต่งาน fat ว่าเราว่ากันแล้ว คุณบอยก็ ทำอัลบั้มเดี๋ยวเสร็จไป 2 ชุด ก็พัก คุณ อดุลย์ก็ว่า ผมก็ออก sleeper 1 จนเหนื่อยละ ก็พัก แล้วก็มาทำ Friday ก็เริ่มทำมาตั้งแต่ พฤศจิกา แล้ว ประมาณ มีนา เมษา น่าจะออกอัลบั้ม ถ้าเป็นไปได้นะครับ
อ๊อฟ : ทำไมเวลาว่าง พัก ถึงมาทำเพลงตัวเองไม่ได้ไปทำอย่างอื่น
พี : เข้าค่าย ดังแล้วแยกวงรึเปล่า
พี่ หนึ่ง : ไม่ใช่ครับ มีคนเข้าใจแบบนี้เยอะ ตอนที่ทำ magic Moment เริ่มยุคปลายของการโปรโมท ไม่ได้โปรโมทที่ไหนแล้วละ เราก็จะเริ่มรู้สึกว่างเวลาว่างเรามี แล้วโดยธรรมชาติ ชอบทำเพลงแล้วมาอวดกัน มันไม่ใช่คนที่เล่นกีตาร์ก็เล่นแต่กีตาร์ ทุกคนทำเพลงเป็นทำเพลงได้ แล้วก้ชอบมา มันก็เลยเหมือนค่อยๆสะสมประสบการณ์ พอมีเวลาว่าง ผมก็เริ่มก่อนเลย ผมรู้สึกว่าเก็บเพลงมาเยอะละ แต่การที่เราจะออกไปเดี่ยวแล้วจะใช้ชื่อ หนึ่ง Friday มันก็ดูเหมือนเอาชื่อวงไปขายรึเปล่า อยากพิสูจนืตัวเองเลยตั้งชื่อ อัลบั้มว่า Sleeper 1 เพราะผมเป้นคนชอบนอน ง่วงบ่อย ก็เลย เออ sleeper 1 ละกัน หนึ่งจอมง่วง ขึ้เซา แล้วกัน ก็ลองทำขายงาน fat เออ คนเข้าฟังสิ่งที่เราเสนอนะ ก็เลยทำ Ep ขาย ขายไปได้อีกประมาณเกือบ 3000 แผ่น จริงๆ ขายประมาณ 5ร้านในกรุงเทพ ก็เริ่มคุยกับเพื่อนๆที่จบมาจาก สถาปัตย์ที่รังสิต ว่าอยากจะลองทำค่ายเพลงกันดูไหม น่าสนุกดี ถ้าทำเพราะสนุกจะทำ แต่ถ้าวันนึงที่ไม่สนุกก็เลิกทำ ส่วนใหญ่ก้จะเป็นเพื่อนๆพี่น้องมากกว่า ก็ถ้าไม่สนุกก็คงบอกเค้าว่าพอแล้วละ ก็เลยทำชื่อค่าย Nomorebelts ก็ดูยืดหยุ่น จะเป็นอะไรก็ได้ เหมือนเด็กนักเรียนที่เลิกเรียนแล้วเอาเสื้ออกอะไรอย่างนี้ ไม่จำเป็นต้องอยุ่ใน format ตลอด รู้สึกว่าเพลงทั่วไปที่เราฟังตั้งแต่เด็ก เราจะรู้สึกว่าถูกจัดมาแล้ว ตั้งตุ๊กตาให้คนนี้ร้อง มือกีตาร์ก้เล่นไป พอถึงเวลาเค้ากลับมาดูตอนอายุเยอะๆ เอ้า เค้าไม่ได้อัดอะไรเลย มันไม่ใช่แล้วไง ความรู้สึกเด็กรุ่นใหม่มันก็น่าจะรู้สึกว่า เราน่าจะทำเองได้ แล้วเราก้น่าจะขายในสิ่งที่ตัวเองเป็น เราก็เลยเริ่มทำ Nomorebelts ขึ้นมา เริ่มด้วยอัลบั้มเต็มผมก่อนละกัน ไหนๆก็ ไปทางนี้แล้ว ทำแล้วก็ติดก็เลยออกชุดแรก Sleeping letter หลังจากนั้นก็จะมีไหลๆมา หลายๆคน
อ๊อฟ : คิดทำเพลงของตัวเองก่อน หรือคิดมีค่ายของตัวเองก่อน
พี่ หนึ่ง : มันเหมือนมันมา พร้อมๆกัน ก็อย่างที่บอก ว่างจาก Friday ก็ลองทำของตัวเองก่อน พอเพื่อนๆฟังแล้ว เออ เราก็มีทิศทางที่อยากจะนำเสนอในกลุ่มของเราเหมือนกัน เราก็เลย งั้นก็ทำไปด้วยพร้อมๆกัน เราก็ลองดูกระแสไปด้วย โดยการทำ single ทำ Ep ขายไปก่อน ว่าคนชอบได้แค่ไหน ผลสุดท้าย ตอนนั้นยังไม่มี mp3 ซีดีเถื่อน แล้วตอนนั้นเราก็เชื่อว่า กลุ่มนักศึกษา กรุงเทพ เชียงใหม่ น่าจะพอมีกำลังซื้อถ้าชอบจริงๆ แล้วมันก็ทำได้จริงๆ
พี : สุดท้าย Sleeper 1 ได้ออกมากี่อัลบั้ม
พี่ หนึ่ง : ถ้านับเป็น อัลบั้ม ก็จะแค่ 2 ก็ คือ sleeping letter กับ Different
พี : ถ้าไม่นับเป็นอัลบั้มหล่ะ
พี่ หนึ่ง : มันจะมี Ep ที่สนุกๆ ร่วมงานกันสนุกๆ อย่าง Ep แรก ออกเพราะจะลองดูก่อนออกอัลบั้มเต็ม อยากรู้ว่าคนชอบไหม อย่าง different มันเป้นเรื่องที่ยาวมาก ผมทำกับนักเขียนอีกคนนึง ชื่อคุณ นราวุฒิ ที่อยู่ Open ก้คือเราวางเรื่องกัน ทำไปเกือบ 2 ปี พอมันยาวเราก็เลยต้องทำอะไรที่มันพักผ่อนตัวเองไปด้วยแต่ก็อยากจะทำ ก็เลยออก Ep อย่างจริงๆ ตัว different ถ้านับจริงๆตอนที่ทำเพลงกันไว้ เป็นหนังสือเรื่องสั้นด้วย เราก็ต้องพยามตอบโจทย์ให้มันเข้ากัน บางอย่างตัวหนังสือเขียน เราก้ต้องมาจูนด้วยเพลง อย่างบางอย่างที่ตัวหนังสือเว้นวรรคไว้ เราก็จะให้เพลงเป็นตัวตอบ ทำไปตอนแรกเนี่ย 50 เพลงได้ ก็คือผมใช้เวลาอยู่ที่เชียงใหม่ไปเลย แล้วก็ มีบ้านอยู่ที่เชียงใหม่ 1 ไร่ ก็จะใช้เวลาอยู่ ประมาณ 2 เดือน ทำเพลงอยู่ที่นั่น ทำ demo อยู่ที่นั่นเลย ให้มันเสร็จออกมา คราวนี้พอเพลงมันเยอะ ตัดยังไงก็น่าจะอยู่ประมาณสัก 30 กว่า เราเลยออกเป็น part 1 Part 2 แล้วก็ Ep ซึ่งจริงๆเป็นภาคที่ 3 มาออกก่อน คือเล่นเหมือน star war จริงๆ หลักๆคือ ถ้าเป็นอัลบั้มใหญ่ เราจะออกตามที่เราคิ ดว่ามันเสร็จเรียบร้อย พวก Ep ก็มาจากงาน fat เป็นหลัก เพราะเราอยากร่วมสนุกกับงาน fat
อ๊อฟ : ช่วงปีที่ 2 ปี มีออกมาเยอะเพราะมีเพลงเก็บไว้เยอะ
พี่ หนึ่ง : หมดแล้วครับ ไม่ออกแล้ว ช่วงนี้จะ Focus ไปที่ Friday ระหว่างนี้ก็เริ่มทำแล้วเหมือนกันครับ คือพอเราสนุกกับการทำเพลง เราไปหาอะไรที่มันรุ้สึกยากขึ้นเรื่อยๆ แล้วมันก็จะมัน คราวหน้ามันก็จะเป็นเรื่อง ที่ทำกับคุณ วิทย์ บ.ก. hamburger เก่า ก็เป็นเพื่อนๆก็ ช่วยกันเขียนบท แล้วผมก็จะเริ่มทำเพลง ด้วยความที่ชุดแรกมันเป้นจดหมาย ชุด 2 เป็นเพลงพร้อมกับหนังสือเรื่องสั้น ชุดที่ 3 จะเป็นหนังครับ เป็นหนังเรื่องประมาณชั่วโมงนึง ทำหนังขึ้นมาเพื่อประกอบกับเพลงตัวเอง ต้องใช้เวลานานหน่อย เป็นแผ่น ดีวีดี อาจจะฝังอยู่ในหนังอยู่แล้ว แล้วอีกแผ่นก็ให้ฟัง ขายคู่กัน แต่แบบนี้มันใหญ่มันก็ต้องใช้เวลา กลุ่มคนฟังก็จะเป็นเฉพาะกลุ่มจริงๆที่จะขาย
พี : งานเพลง Sleeper 1 ถือเป็นแนวไหน
พี่ หนึ่ง : จริงๆ ก็เป็น pop ก็ความที่เราทำ Friday มาก็เน้นเพลงเพราะเป็นหลัก แต่ด้วยความที่มันเป็น concept อัลบั้ม เพราะผมเป็นคนชอบฟังอะไรที่มันเป็นร้อยเรื่องต่อกันไปเรื่อยๆ อย่างของผมยังไม่ถึงขนาด progressive แต่ว่า อยากให้เพลงมันต่อกันเป็นเรื่องอย่างที่เรื่องเรากำหนด ดังนั้นเพลง มันก็จะยืดหยุ่นไปตลอด มันอาจจะเป็น ร็อคแรงๆก็ได้ หรืออาจจะเป็น อคูสติคช้าๆ ก็ได้ เพียงแต่ให้ตอบโจทย์ว่า เรื่องที่เราพูด ถ้าใครมี sleeper 1 จะรู้ว่าอ่านหนังสือไปด้วย ฟังเพลงไปด้วย มันจะเป็นเรื่องที่สอดคล้อง ซึ่งมันก็จะยากกว่าการที่จะตีโจทย์เพลงรักไปเรื่อยๆ เพราะเราเรียนถาปัดมาด้วย การออกเป็นเป็นแกนหลัก ของการทำงานอยู่แล้ว
อ่านบทสัมภาษณ์ต่อ
ต่อคร้าบ ….. เป็นวงที่สร้างปรากฎการณ์อีกแล้ว บทสัมภาษณ์ให้เราจริงๆ มันยาวเกินกว่า 1 หน้าจะเอาอยู่
ตอน 13 - Sleeper 1 (วิดีโอ)
Posted on Friday, April 20th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
ความยาว 40 กว่านาที
แก้ไข www.freebelts.com เปลี่ยนเป็น www.beltsfree.com
เปิดตัวเดือน พฤษภาคม 2550
สำหรับคนที่อยากได้เสื้อฝีมือ พี่หนึ่ง หลังจากcommentแล้ว
ส่งเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวกไปที่ comment@jiggaban.com ด้วยนะจ๊ะ
รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร คลิ๊กเพื่อ Download แต่เสียงได้ที่นี่
Video ในรูปแบบอื่นๆ (เพื่อความคมชัด)
ขนาด 199MB (640×480)
Point 5 Point Live # 1 - Instinct
Posted on Friday, April 20th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
Point 5 Point Live # 1 - Instinct
94.5 เน็กซ์ เอฟเอ็ม ขน 5 ศิลปิน เจ๋ง โนโลโก้ , สเลอ , เกียร์ไนท์ , อินสติงค์ และ อีทีซี จุดระเบิดความมันส์ ท้าลมร้อน “ พ้อยท์ ไฟฟ์ พ้อยท์ ไลฟ์ “ เติมเต็มทุกจังหวะชีวิต
เน็กซ์ เอฟเอ็ม 94.5 คลื่นน้องใหม่มาแรง จัดคอนเสิร์ต เอาใจแฟนเพลงต้อนรับหน้าร้อน เปลี่ยนพาร์ค พารากอนให้เป็นเวทีสุดมันส์ กับคอนเสิร์ตที่ชื่อว่า “Point 5 Point Live” ที่ยกขบวน 5 ศิลปินสุดเจ๋ง ประจำเดือนมีนาคม 2550 นำทีมโดย Gear Knight , Slur , Instinct , ETC. , Nologo มาระเบิดความมันส์ให้กับผู้ฟังแบบไม่มีหยุด 3 ช.ม. เต็ม วันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา
ตามมาติดๆกับวงดนตรีมากทั้งฝีมือและประสบการณ์ ในนามวง Instinct ที่ไม่ยอมแพ้ มากับเพลง ไม่กลัวใครหน้าไหน , ขออยู่คนเดียว , นับถอยหลัง , โปรดส่งใครมารักฉันที ขึ้นมาวาดลวดลายโชว์ความสนุกสนานอย่างเต็มที่
คอนเสิร์ต “Point 5 Point Live” เป็นคอนเสิร์ตที่ต่อเนื่องที่สุด ซึ่งเป็นกิจกรรมคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นที่นี่ที่เดียวในทุกๆเดือนทางคลื่น 94.5 Next FM ตอบสนองความต้องการของทุกจังหวะชีวิต ด้วยการสับเปลี่ยน หมุนเวียน ศิลปินที่กำลังได้รับความนิยม และ ศิลปินหน้าใหม่ที่กำลังมาแรงขณะนั้น นำมาโชว์ มาร้องมาเต้นกับแบบเต็มที่ ใส่กันแบบสุดๆบนเวที โดยแฟนๆชาวเน็ก เอฟเอ็ม สามารถร่วมกิจกรรมดีดีแบบนี้ได้โดย เพียงติดตามฟังคลื่น94.5 Next RM